ความก้าวหน้าของการกินในสมัยอดีตถึงปัจจุบัน

ความก้าวหน้าของการกินจากอดีตยุคปัจจุบัน

ย้อนอดีตไปดูความเจริญของมนุษย์จากที่ดำรงชีพด้วยการจับสัตว์และก็เก็บเกี่ยว เปลี่ยนไปเพาะปลูกและปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงพันธุกรรมพืช นักมนุษย์วิทยา Stephen Le ผู้เขียนหนังสือเรื่อง 100 Million Years of Food จะทำให้เรารู้ดีว่าเมื่อ 100 ล้านปีให้หลัง บรรพบุรุษเราเคยกินอะไรบ้างและมันสำคัญกับชีวิตในตอนนี้ของเรายังไง เราจะเข้ากล้าการเคลื่อนที่การกินอาหารของผู้คน และก็ผลพวงที่เกิดขึ้นจากอาหารในยุคสมัยใหม่ ศูนย์รวมถึงเรื่องสุขภาพและก็อายุขัยของเรา
บรรพบุรุษเรากินแมลงเป็นของรับประทานหลักเมื่อประมาณ100 ล้านปีให้หลัง มนุษย์ยุคแรกๆยังอาศัยอยู่บนต้นไม้ ในป่าร้อนชื้นแฉะ พวกเค้ากินแมลงเป็นของรับประทานหลัก เพราะเหตุว่าแมลงมีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินรวมอีกทั้งธาตุ ดังเช่น เหล็กและสังกะสี มนุษย์ณ เวลานั้นสามารถย่อยแล้วก็ได้รับสารอาหารจากแมลงได้ เนื่องจากมีเอนไซม์ที่ช่วยสำหรับในการย่อยเปลือกแข็ง Exoskeleton ในแมลง ซึ่งประกอบไปด้วยสาร Chitin
บรรพบุรุษเราเปลี่ยนมากินพืชเมื่อราว 60 ล้านปีที่ล่วงเลยไป เป็นระยะๆที่อุที่เทือกเขาไม่โลกเย็นลงรวมทั้งอากาศก็ชื้นแฉะขึ้น อากาศที่เย็นและชื้นแฉะขึ้นทำให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช รวมถึงบรรพบุรุษเราก็เริ่มหันมากินพืชรวมทั้งผลไม้ แล้วก็เป็นตอนๆนั้นเองที่มนุษย์ได้สูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับในการสร้างวิตามินซี ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย เป็นไปได้ว่าการได้รับวิตามินซีที่เกิดจากการกินผลไม้มีคุณภาพมากกว่าการสังเคราะห์ขึ้นมาเอง ทำให้ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่สำคัญและไม่ถูกถ่ายทอดไปยังมนุษย์แบบใหม่
บรรพบุรุษเราลงจากต้นไม้เมื่อราว 3 ล้านปีให้หลัง เป็นตอนที่ลักษณะของอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากเพราะว่าพลังลึกลับ ทฤษฏีที่เป็นที่ยอมรับกันเป็นอุกกาบาตยักษ์ชนโลก และก็จากการที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยมีมุมเอียงเล็กน้อย (Axis of rotation) ทำให้ขั้วหนึ่งของโลกหันเข้าหาพระอาทิตย์
ส่วนอีกขั้วก็หันห่างออกไป นี่เป็นจุดเริ่มแรกที่นำมาซึ่งฤดู การเคลื่อนไหวที่ทำให้มีด้านที่หันหนีจากดวงตะวัน ก็ส่งผลทำให้อากาศโดยรวมของโลกเย็นลง ความชื้นและจากนั้นก็น้ำแข็งถูกกับเก็บไว้ที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ รวมทั้งโน่นก็ยิ่งทำให้เกิดฤดูที่ไม่เหมือนกันอย่างแจ่มแจ้ง
บรรพบุรุษเราเริ่มทำทำการกสิกรรมหลังจากนั้นมนุษย์ได้เปลี่ยนรูปแบบการกินอีกครั้ง โดยเริ่มทำทำสวน พืชแคว้นเป็นต้นว่า ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวโพด แปลงเป็นผลผลิตหลัก มนุษย์สามารถผลิตรวมทั้งเก็บของกินได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มคนธรรมดาได้มากขึ้น และถัดไปคนธรรมดาที่ทำฟาร์มก็เริ่มมีเยอะแยะกว่ากลุ่มที่ล่าสัตว์และก็เก็บเกี่ยว
ดูอย่างกับว่ามนุษย์ยอมทิ้งชีวิตแบบเดิมๆจากการที่ล่าสัตว์ ทานอาหารที่ให้พลังงานสูงทำให้ร่างกายแข็งแรงสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเปลี่ยนกับผลผลิตที่แน่นอนและมีคุณภาพมากกว่าจากการปลูกพืช และต่อมามนุษย์ก็เริ่มเลี้ยงสัตว์ สัตว์แคว้นยกตัวอย่างเช่น วัว แพะ และแกะเป็นแหล่งอาหารที่ให้ทั้งเนื้อแล้วหลังจากนั้นก็นม